มิเคล อาร์เตต้า ยังคงต้องการเวลาในการปรับทัพ “ไอ้ปืนใหญ่”

มิเคล อาร์เตต้า อดีตกองกลางชาวสเปนของ อาร์เซน่อล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลับมาสู่ถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม อีกครั้งในฐานะกุนซือ หลังจากอำลาทีมไปเมื่อปี 2016 ซึ่งมันเป็นเวลาเพียง 2 สัปดาห์ หลังจากที่เขาทำหน้าที่สตาฟฟ์โค้ชให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในนัดที่บุกมาชนะ “ไอ้ปืนใหญ่” 3-2 เมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา ไม่มีการประโคมข่าว หรือการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่กับ อาร์เซน่อล โดย อาร์เตต้า ได้รับเพียงเสียงปรบมือที่สุภาพจากแฟน ๆ “เดอะ กันเนอร์ส” ที่อยู่รอบ ๆ พื้นที่ห้องถลงข่าวเขาก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งใน สโมสร แฟนบอล อาร์เซนอล จะเฝ้าดูสัญญาณสำคัญ ๆ ของสิ่งที่ อาร์เตต้า ได้ซึมซับจากยอดโค้ช และเพื่อนสนิทของเขาอย่าง เปป กวาร์ดิโอล่า เทรนเนอร์ชาวสเปน ในช่วง 3 ฤดูกาลที่ แมนฯซิตี้ ซึ่งทั้งคู่ช่วยกันนำพลพรรค เรือใบสีฟ้า คว้าแชมป์ลีก 2 สมัย รวมถึงแชมป์ในประเทศอย่าง คอมมูนิตี้ ชิลด์, เอฟเอ คัพ และลีก คัพ ได้อีกด้วย

ขณะเดียวกัน อาร์เตต้า ได้สร้างสัญญาณที่เปลี่ยนแปลงจากภายนอกสนามเช่นกัน อาทิ การพยายามที่จะประสานการเคลื่อนไหว และตำแหน่งของผู้เล่นโดยใช้ท่าทางของตัวเองสื่อสาร แต่สิ่งที่เขาต้องการอย่างชัดเจนที่สุด คือความเข้มข้นและพลังงานในทุกช่วงเวลา และทุกการกระทำแบบที่ กวาร์ดิโอล่า แสดงออกมา โค้ชเลือดกระทิงดุเคยกล่าวถึงแนวทางในการคุมทีมของเขาในวันแถลข่าวเข้ารับตำแหน่งกุนซือ อาร์เซนอล ว่า “ในใจของผมพลังงานคือทุกอย่างในชีวิต ทั้งในการเล่นฟุตบอล และกีฬาอื่นๆ” มันเป็นสิ่งที่ อาร์เตต้า ได้รับจากนักเตะ อาร์เซนอล ในช่วง 30 นาทีแรกในเกมกับ เชลซี โดยบรรดานักเตะ “ไอ้ปืนใหญ่” วิ่งไปทั่วสนาม ก่อนจะได้ประตูขึ้นนำ “สิงโตน้ำเงินคราม” จาก ปิแอร์ – เอมเมอริก โอบาเมยอง กองหน้าทีมชาติกาบอง จากนั้นก็มีสิ่งที่ผิดเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเมื่อ เมซุต โอซิล จอมทัพชาวเยอรมัน ที่มักถูกมองว่าไม่กระตือรือร้นนั้น วิ่งอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ก่อนที่เขาจะโดนเปลี่ยนตัวออกไปในนาทีที่ 76 นาที พร้อมกับได้รับการปรบมือจากแฟนบอลอย่างอบอุ่น

อาเตต้า ปลอบ โอซิล

การปลดล็อคชื่อเสียงให้โอซิล

อาร์เตต้า ชื่นชมความพยายามของ โอซิล แต่เคล็ดลับก็คือ ทำอย่างไรให้ดาวเตะ อินทรีเหล็ก กระตือรือร้นได้ตลอดทุกเกม หากทำได้เชื่อว่าคงมีคนเล่นบอลต่อกับทีมอาร์เซน่อลเพิ่มแน่ๆ ซึ่งอาจมีคำถามว่า อาร์เตต้า ถอด โอซิล เร็วเกินไปหรือไม่ แต่ในความเป็นจริงเขาเหนื่อย และการให้ดาวรุ่งอย่าง โจ วิลล็อค ที่มีพลังลงสนามแทนนั้น มันก็สามารถเข้าใจได้ ขณะเดียวกัน มีหลักฐานว่า ผู้เล่น 2 คนที่ของ อาร์เซนอล พร้อมที่จะทำงานสกปรกเพื่อ อาร์เตต้า ซึ่งมันเป็นสิ่งที่บางทีมต้องมีนักเตะลักษณะนี้ไว้บ้าง โดยนักเตะ 2 ราย ที่กล่าวถึงก็คือ ชโคดราน มุสตาฟี่ กองหลังชาวเยอรมัน และคาลั่ม แชมเบอร์ส ปราการหลังดาวรุ่งชาวอังกฤษ การปรับยุทธวิธีนั้นง่าย แต่การเปลี่ยนแปลงผู้เล่นในสนามไม่ใช่เรื่องง่าย มุสตาฟี อาจเป็นกองหลังที่ดุดัน แต่เขามักโดนตำหนิอยู่บ่อยครั้งอย่างเช่นในเกมล่าสุดกับ เชลซี ที่ปล่อยให้ แทมมี่ อับราฮัม หัวหอกดาวรุ่ง “สิงโตน้ำเงินคราม” ยิงประตูชัยในนาทีที่ 87

ในเกมกับ เชลซี เมื่อนักเตะสิงโตน้ำเงินครามครอบครองบอล บรรดาผู้เล่น อาร์เซนอล ต่างก็พร้อมใจกันวิ่งไล่กดดัน และดูมีชีวิตชีวาในสนามมากขึ้น นอกจากนี้ พลพรรค เดอะ กันเนอร์ส ยังมีโอกาสตัดบอลสวยๆ และไปลุ้นประตู 2-3 ครั้ง แม้จะจบลงด้วยความพ่ายแพ้คาบ้าน แต่แฟนบอล อาร์เซนอล ยังคงให้กำลังใจนักเตะและอาร์เตต้าอย่างเต็มที่ แม้จะมีบางคนมองว่า แบรนด์ เลโน่ นายทวารชาวเยอรมัน จะทำพลาดมีส่วนทำให้ “ไอ้ปืนใหญ่” ปราชัยก็ตาม อาร์เตต้า อาจรู้สึกผิดหวัง และเจ็บปวดจาความพ่ายแพ้ แต่เขาก็สามารถมองได้ว่า นี่เป็นบทเรียนสำคัญ และอาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้นักเตะ อาร์เซนอล แข็งแกร่งยิ่งขึ้นสำหรับการทำศึกในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง

การเติมนักเตะใหม่เข้าทีม ยังคงจำเป็น

อย่างไรก็ตาม อาร์เตต้า จะต้องหารืออย่างเร่งด่วนกับทีมสรรหานักเตะใหม่ของ อาร์เซนอล เพื่อหาผู้เล่นกองหลังระดับโลกที่สามารถบัญชาการแนวรับได้เข้ามาเสริมทีมในเร็วๆนี้ เนื่องจาก ดาวิด ลุยซ์ ปราการหลังชาวบราซิล และมุสตาฟี ไม่สามารถพึ่งพาได้ หลังจบเกมกับ เชลซี อาร์เตต้า ฟังเสียงนกหวีดสุดท้ายด้วยความผิดหวัง แต่เขาก็ยังคงเข้าไปปลอบใจลูกทีมกลางสนามก่อนที่จะปรบมือให้กับสาวก “เดอะ กันเนอร์ส” ที่รู้สึกผิดหวังกับผลลัพธ์ด้วยเช่นเดียวกัน แต่มันก็แสดงให้เห็นว่า ทุกคนในทีมไอ้ปืนใหญ่ได้พยายามเต็มที่แล้ว

แน่นอนว่า เป็นช่วงเวลาฮันนีมูนของ อาร์เตต้า กับ อาร์เซนอล และเขาจะได้เวลา พร้อมกับความอดทน และการสนับสนุนทางการเงินจากบอร์ดของสโมสรโดยหวังว่า เพื่อแก้ไขสถานการณ์ของทีม “ไอ้ปืนใหญ่” ซึ่งตอนนี้มี 9 คะแนน ห่างจากโควตาตั๋วยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อาร์เตต้า พา อาร์เซนอล เก็บได้เพียงคะแนนเดียวจาก 2 เกมแรกของเขา แต่ 2 เกมที่ผ่านมา ยืนยันสิ่งที่เขาทำและไอ้ปืนใหญ่รู้อยู่แล้วว่า นี่ไม่ใช่งานที่จะดีขึ้นได้เร็ว

You may also like...