ซิเมโอเน่ กับช่วงเวลาอันล้ำค่าของเขาในการเป็นกุนซือ

ซิเมโอเน่ กับช่วงเวลาอันล้ำค่าของเขาในการเป็นกุนซือ

ดิเอโก้ ซิเมโอเน เทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์ ได้เปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างให้กับแอตเลติโก มาดริด เป็นอย่างมาก จากทีมที่ไม่ได้มีลุ้นแชมป์รายการไหนหรือลุ้นอะไรเลย ให้กลายเป็นทีมเต็งแชมป์ได้ในแทบทุกรายการ มันยิ่งกว่าในสมัยที่เขาเป็นนักเตะของสโมสรแห่งนี้ด้วยซ้ำไป “ดอน ซิเมโอเน” ได้เปลี่ยนแปลงคุณภาพในการเล่นของทีมดังแห่ง ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน จากทีมกลางตารางให้กลายเป็นทีมตัวเต็งชิงตำแหน่งแชมป์แข่งกับยักษ์ใหญ่ของลีกสเปนอีกสองรายอย่าง บาร์เซโลนา และ เรอัล มาดริด ได้อย่างน่าชื่นชมเลยทีเดียว การที่เขานำทัพ “โรฆิบลังโกส” ไปสู่รอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกสองครั้งและคว้าตำแหน่งแชมป์ลาลีกา 1 สมัย มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่ตัวของกุนซือชาวอาร์เจนตินา เข้ามาทำทีมตั้งแต่เมื่อ 9 ปีที่แล้ว และจนถึงตอนนี้เขาก็ยังคงอยู่รับใช้สโมสรแห่งนี้ และจากนี้ไป เราจะมาดูข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ดิเอโก้ ซิเมโอเน เจ้านายสายมาเฟียของแอตเลติโก มาดริด ! ขอบคุณ ตลาดบอล.com เว็บ แทงบอลออนไลน์ ที่ได้มาตราฐานให้ข้อมูลเบื้องต้นมา

ฟุตบอลมันไหลเวียนอยู่ในสายเลือด
ดิเอโก้ ปาโบล ซิเมโอเน เกิดที่กรุงบัวโนสไอเรสในอาร์เจนตินา ซึ่งตัวของ คาร์ลอส คาร์ลอสโต้ ซิเมโอเน พ่อของเขาก็เล่นฟุตบอลเช่นกันในสมัยหนุ่ม แต่ก็เป็นในระดับทีมสมัครเล่น เขามีน้องสาวสองคน หนึ่งในนั้น “นาตาเลีย” ก็ทำงานเป็นเอเยนต์ตัวแทนให้กับเขาด้วยเช่นกัน

มีอะไรอยู่ในชื่อของเขา
ดิเอโก้ ซิเมโอเน ได้รับฉายาว่า ‘โชโล’ – ชื่อที่ได้รับจาก ออสการ์ เนเซ่ ครูโรงเรียนประถมของเขาชื่อเล่นของเขาที่เรียกว่า โชโล” มันติดตัวอยู่กับเขามาตลอดตั้งแต่ที่ดิเอโก้ยังเป็นเด็ก และเขาก็บอกกับ FIFA.com ว่า “เคยมีนักเตะชื่อว่า ซิเมโอเน ที่เล่นให้กับโบคา จูเนียร์ ด้วยนะครับ และแฟนบอลของโบคานั้น พวกเขาก็เรียกว่าโชโล แต่นั่นไม่ใช่ชื่อเล่นของผมโดยตรงนะ มันเกิดขึ้นเพราะเมื่อหนึ่งในครูของผมสมัยที่ผมเรียนอยู่ชั้นประถม เขาชื่อ ออสการ์ เซเซ่ เขาเรียกผมว่า โชโล แล้วมันก็ติดตัวผมอยู่แบบนั้นมาจนบัดนี้”

ทีมชาติอังกฤษพังเพราะเขา
แม้จะมีบทบาทไม่มาก แต่เขาก็เป็นที่จดจำได้ตั้งแต่วินาทีนั้นเลย เพราะตัวของ ซิเมโอเน เป็นคู่กรณีที่ทำให้ เดวิด เบคแฮม ตำนานนักเตะทีมชาติอังกฤษ โดนใบแดงในการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้ายของการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส ซิเมโอเนได้อธิบายว่า “ผมจับเขาไว้แล้วจากนั้นเราก็ล้มลง” ซิเมโอเน ได้กล่าวไว้ในปี 2002 “เราทั้งคู่ล้มลงกับพื้น ขณะที่ผมพยายามยืนขึ้น นั่นคือเมื่อเขาเตะผมจากด้านหลัง และผมใช้ประโยชน์จากสิ่งนั้น และผมคิดว่าบุคคลใดจะใช้ประโยชน์จากสิ่งนั้นด้วยวิธีเดียวกันนอกจากผม บางครั้งคุณถูกใบแดง บางครั้งคุณก็ไม่ได้มัน แต่มันน่าเสียดายสำหรับทีมชาติอังกฤษในเวลานั้นพวกเขาสูญเสียผู้เล่น อย่างไรก็ตามคุณใช้ประโยชน์จากโอกาสทั้งหมดที่คุณพบได้จากในชีวิตของคุณ หากคุณไม่ได้ใช้ประโยชน์จากโอกาสที่ได้รับ มันจะทำให้คุณพลาด”

แฟมิลี่แมนตัวจริง
ดิเอโก้ ซิเมโอเน เป็นคนที่เกิดมาเพื่อเป็น “แฟมิลี่แมน” ที่แท้จริง เขารักครอบครัวมาก โดยกล่าวกันว่ากุนซือชาวอาร์เจนตินาไม่เคยเมินข้ามการไปดินเนอร์กับครอบครัวของเขาเลยด้วยซ้ำไปสิ่งเดียวที่ทำให้เขากลายเป็นคนที่รักครอบครัวก็คือ เพราะสมัยก่อนนั้นเขาอาศัยอยู่ในบัวโนสไอเรส เขาก็รักครอบครัวมากและไม่ยอมอยู่ห่างครอบครัวเลย – ขนาดที่ว่าเขาอยู่กรุงมาดริด และครอบครัวอยู่อาร์เจนตินา ในเวลาอาหารเย็น เขายังเปิดวิดีโอคอลผ่าน laptop แล้วก็กินข้าวไปพร้อมกับครอบครัวทางนั้นเลยด้วย !

พลังของห้องอาบน้ำ
“เอล โชโล” อาบน้ำทีเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง และหลังจากเกมสุดท้ายของเขาในฐานะผู้เล่น เขาอยู่ในห้องน้ำนานมากเพื่อตัดสินใจว่าเขาต้องการเป็นโค้ชหรือไม่ การตัดสินใจนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องอย่างแน่นอน เนื่องจากเขาได้สร้างชื่อสำหรับตัวเขาเอง ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในโค้ชที่มีความสามารถและมีชื่อเสียงที่สุดในยุคปัจจุบันเลยด้วยซ้ำ

คงเป็นนักศึกษา ถ้าไม่ใช่นักฟุตบอลอาชีพ
อดีตมิดฟิลด์ดาวดังของอินเตอร์ มิลาน ได้วางแผนที่จะศึกษาต่อในด้านพลศึกษา หากว่าอาชีพนักฟุตบอลของเขาไม่เป็นจริงเมื่อถูกถามเกี่ยวกับอาชีพอื่นๆที่เป็นทางเลือกของเขานั้น ซิเมโอเน เคยกล่าวไว้ว่า “ในโรงเรียนมัธยม พวกเขาเคยถามเราว่าเราต้องการเป็นอะไร มีคนพูดว่าอยากเป็นทนาย อีกคนหนึ่งอย่างเป็นนักบัญชีและอีกคนบอกว่าอยากเป็นหมอ” (เมื่อผมพูดว่า นักฟุตบอล) ทุกคนต่างหัวเราะกันสนุกปากเลย แต่ถ้าผมไม่ได้เป็นนักฟุตบอล ผมเคยวางแผนที่จะเรียนพลศึกษา

จุดประกายนักเตะทุกคนก่อนนอน
ซิเมโอเน ชอบที่จะให้ลูกทีมของเขาอยู่ฟังเขาพูดถึงการแข่งขันที่โรงแรมจนถึงดึกดื่น เขาพูดให้กำลังใจกับผู้เล่นทุกคนก่อนนอน – เมื่อเขาอธิบายอย่างสมบูรณ์แบบแล้วนั้น เขาจะปล่อยทุกคนไปพักผ่อน เขาคิดว่า “เหมือนเด็กๆแหละ ถ้าหากพวกเขาได้ฟังสิ่งที่ดีที่สุดก่อนนอนมันจะดี”

การเริ่มต้นของตำนาน
ซิเมโอเน เริ่มอาชีพการเป็นนักเตะของเขามาจากระบบทีมเยาวชนของ เบเลซ ซาร์สฟิลด์ ในประเทศอาร์เจนตินา เขาเปิดตัวระดับมืออาชีพของเขาเป็นครั้งแรกกับสโมสรแห่งเดียวกันในปี 1987 – เล่นไป 82 เกมให้กับสโมสร ก่อนที่จะเข้าร่วมกับทีม ปิอาเอนซา ในระดับกัลโช เซเรียอา จากนั้นเขาก็ย้ายไปสเปนเพื่อเล่นให้เซบีย่าก่อนจะกลับไปอิตาลีเพื่อเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน และลาซิโอ

You may also like...